ต้นเหตุของปัญหาทำเว็บไซต์ไม่ติดอันดับที่บ่อย

Content230

ต้นเหตุของปัญหาทำเว็บไซต์ไม่ติดอันดับที่บ่อย

1.ขาด Focus Keywords ใน Content

นี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะการขาด Content ที่มี Keywords ที่จำเป็น เพราะโดยโครงสร้างและอัลกอริทึม กับการค้นหาของ Google สิ่งที่จำเป็นไม่แพ้การยิงแอพ Google Ads ก็คือการทำ Content ที่ต้องมี Focus Keyword

เนื่องจาก Focus Keywords เป็นคำหลัก เพื่อโฟกัสสำหรับการค้นหาบน Search Engine จึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องเป็นคำที่มีการค้นหาจริง ๆ ในระดับหนึ่ง ซึ่งความสำคัญคือ ไม่ควรเป็นอะไรที่นามธรรมหรือไม่ใช่สิ่งที่คนจะไม่พิมพ์ค้นหา แน่นอนว่าถ้าขาดในส่วนนี้สำหรับ Content การค้นหาก็จะทำได้ยาก และปั้นให้ติดบน Google ได้ยากด้วย

2.เว็บไซต์ที่ขาดการอัพเดท

การอัพเดทน้อยเกินไป จนถึงแทบจะไม่อัพเดทเลย ก็ทำให้เว็บไม่ติดอันดับอยู่แล้ว โดยเฉพาะในบาง Keyword ที่มีการแข่งขันสูง

อันที่จริงแล้วไม่ได้แปลว่าการไม่อัพเดทเลยจะเป็นปัญหาเสมอไป เพราะถ้าเป็นเว็บที่ปั้นจนติดตลาด หรือปั้นขึ้นมาจนมีการค้นหาบนหน้า Google อยู่ในหน้าแรกสุดเป็นเวลาหลายปี มีการเข้าซ้ำบ่อยครั้ง หรือมีการเข้าไปแล้วทำธุรกรรมกับหน้าเพจอื่น ๆ หรือแบรนด์ของเรามีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อัพเดทมากนัก แต่หากมีการค้นหาผ่านเข้ามาจากลิ้งก์อื่น ก็มีส่วนทำให้เว็บติดอันดับในหน้าแรกได้เหมือนกัน

คำแนะนำคือ เว็บที่ทำในเชิงพาณิชย์ มีการแข่งขันสูง ต้องยอมรับว่ามีการเบียดแย่งอันดับกันใน Google อยู่ตลอด จึงควรต้องอัพเดทอย่างน้อย 10-20 ครั้งในแต่ละเดือน เพราะหากเราประมาท ไม่ยอมอัพเดทอะไรเลย ก็มีสิทธิที่จะเสียอันดับต้น ๆ ที่เราครองอยู่ในหน้าแรกไปได้เหมือนกัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อม

3.เนื้อไม่แน่น

เนื่องจากบางครั้งการใช้ Keywords มากเกินไป แต่ขาดความแน่นหรือสาระประโยชน์ของเนื้อหา และไม่ได้ตอบโจทย์ความสนใจของผู้คนที่แท้จริง ก็จะส่งผลเสียได้เช่นกัน

4.ต้องมี Sale Page

การทำเป็น Sale Page ต้องมีให้ชัดเจนเพื่อบอกว่า เว็บของเราเกี่ยวกับอะไร ทำอะไร ขายอะไร ต้องการสื่ออะไรถึงลูกค้า โดยปัญหาที่พบคือ มีหลายครั้งที่ Content ของเว็บเราไม่ได้ครอบคลุมหรือมี Keywords ที่เกี่ยวข้องมากพอ ก็อาจจะส่งผลต่อการค้นหาของ Google เช่นกัน

5.ลิ้งก์ล่มบ่อย

เป็นหนึ่งในปัญหาใกล้ตัวสุดๆ แต่เกิดขึ้นได้ เช่น ตัวลิ้งก์มีการเปลี่ยนแปลง ลิ้งก์หาย ถูกโจมตีจากโฆษณา ติด Spam เป้นต้น

ที่จริงแล้วเราสามารถตรวจสอบได้ว่า เว็บไซต์ของเราได้มีการทำ Backlink เข้ามาใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลง หรือลิ้งก์หาย โดยใช้เครื่องมือของ Google เช่น Google Search Console เป็นต้น ขณะเดียวกันถ้าต้องการป้องกัน Spam ก็สามารถใช้ SSL เพื่อติดตั้งกับเว็บนั้นได้ครับ

===============================================
สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้
Facebook Page: passivesellingonline
LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

PSO @ PSO Space

แชร์บทความให้เพื่อนของคุณ