“การตลาดดั้งเดิม” vs “การตลาดดิจิทัล” ต่างกันอย่างไร?

“การตลาดดั้งเดิม” vs “การตลาดดิจิทัล” ต่างกันอย่างไร?

การตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) และ การตลาดแบบดิจิทัล (Traditional Marketing) ต่างกันยังไง แล้วจะเลือกใช้ยังไงให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ วันนี้เรามารู้จักกับแนวทางการตลาดทั้งสองแบบนี้กันสักหน่อยดีกว่า

อยากปั้นแบรนด์ให้ปัง แค่ทำ “สินค้า” ให้ดีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่เข้าใจการทำการตลาด (Marketing) ด้วย!!

แล้วการตลาดแบบไหนที่ใช่สำหรับสินค้าหรือบริการของคุณ?

จะเป็นการใช้โฆษณาผ่านใบปลิว หรือป้าย Billboard ใหญ่ๆ ให้คนขับรถผ่านมาเห็น หรือจะเป็นการทำคอนเทนต์แล้วยิงโฆษณาบนโซเชียลให้คนใช้ Smartphone ได้ดูกัน…หรือว่าจะใช้ทั้งคู่ดีล่ะ?

แต่ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเลือกโฆษณาแบบไหน เราขอพาคุณมารู้จักกับความแตกต่างของ การตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) และการตลาดแบบดิจิทัล (Digital Marketing) กันสักหน่อยดีกว่า

การตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing)

เป็นการทำการตลาดที่ไม่ใช้ช่องทางออนไลน์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ เป็นโฆษณาที่ใช้การสื่อสารแบบทางเดียว เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือป้ายบิลบอร์ด ซึ่งเป็นการทำการตลาดที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และใช้ระยะเวลานานกว่าจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ อีกทั้งยังวัดผลลัพธ์ความสำเร็จได้ยาก แต่เป็นวิธีที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการทำการตลาดแบบออนไลน์ เพราะลูกค้าจะรับรู้ได้ถึงการมีตัวตนของแบรนด์ และช่วยให้เกิดความน่าเชื่อถือตามมา

การตลาดแบบดิจิทัล (Digital Marketing)

เป็นการตลาดที่เน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก และสามารถสื่อสารเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ทั้งยังเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการทำการตลาดแบบดั่งเดิม แถมยังสามารถวัดผลสำเร็จได้แบบ Real-Time อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นโฆษณาที่ใครก็สามารถทำได้ จึงทำให้มีคู่แข่งที่จะอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกันค่อนข้างเยอะ และอาจทำให้ลูกค้าต้องใช้เวลาในการศึกษาก่อนตัดสินใจซื้ออยู่พอสมควร

นอกจากนี้ ในเรื่องความน่าเชื่อถือยังมีน้อยกว่าการตลาดแบบดั้งเดิมด้วย แต่ถ้ามีการวางแผนเป็นอย่างดี และสามารถยืนยันการมีตัวตนของแบรนด์ได้ การตลาดแบบดิจิทัลจะทำให้ธุรกิจของเราเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วเป็นวงกว้างด้วยเวลาที่สั้นกว่าการตลาดแบบดั้งเดิมมาก

จะเห็นได้ว่า การทำการตลาดทั้งสองแบบนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป นั่นทำให้การตลาดทุกวันนี้จะเลือกทำแค่ช่องทางเดียวอาจจะไม่ได้ผลอย่างที่คิด และแบรนด์ควรผสมรูปแบบการทำการตลาดทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยทำให้มูลค่ามากยิ่งขึ้นและเป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้นด้วย

บทความใกล้เคียงที่คุณอาจสนใจ
Nostalgia marketing การตลาดย้อนวัย พาไอโฟนราคาพุ่ง 2 ล้าน
3 ธุรกิจสัตว์เลี้ยง มัดใจ Pet-Lover
5 ช่องทางสำคัญในโลกยุคดิจิทัลที่มาแรงสุดๆ
Gen X บุก Online Shopping ขายของยังไงให้ถูกใจคนรุ่นเดอะ
SWOT Analysis คืออะไร ตัวอย่างการวิเคราะห์และข้อควรระวัง

  การทำการตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่ทำเองได้ แต่ต้องมีความรู้และลงลึกจริงๆ เพราะมีเครื่องมืออีกมากมายที่คุณต้องเรียนรู้ รวมถึงกลยุทธิ์การตลาดออนไลน์ที่แตกต่างจากการตลาดแบบปกติ จะดีกว่าไหมถ้าคุณให้เราช่วยเหลือเรื่องการตลาดออนไลน์ด้วยประสบการณ์ของเรา ที่จะสามารถช่วยธุรกิจของคุณได้ หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาทีมงานการตลาดดิจิทัลมืออาชีพ การันตีด้วยการได้รับรองจาก Google Partner กรอกรายละเอียดด้านล่างเพื่อให้ทีมมือาชีพของเราโทรหาคุณ เพื่อทำความเข้าใจธุรกิจของคุณ มาดูกันครับว่าธุรกิจจะขึ้นไปได้ถึงไหน

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้
Facebook Page: passivesellingonline
LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

แบ่งปันเพื่อนของคุณ :

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

ส่งข้อมูลเรียบร้อย

ขอบคุณที่สนใจ ทางเจ้าหน้าที่ติดต่อท่านกลับโดยเร็วที่สุด