เทรนด์ของธุรกิจออนไลน์และเว็บอีคอมเมิร์ซไทย เติบโตมาแรง

Content226

เทรนด์ของธุรกิจออนไลน์และเว็บอีคอมเมิร์ซไทย เติบโตมาแรง

การทำธุรกิจในยุคนี้ต้องอาศัยช่องทางออนไลน์มากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ผสมผสานกับช่องทาง ออฟไลน์แบบดั้งเดิมด้วย ซึ่งสำหรับในปีที่ผ่านมา สถานการณ์ของสงครามธุรกิจออนไลน์และเว็บอีคอมเมิร์ซ ในประเทศไทยก็กำลังดุเดือดมาก มาดูกันว่าเวลานี้เว็บอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาเจาะ ตลาดในไทยใครคือเจ้าตลาด และใครที่กำลังมาแรง หรือมีข้อดีและข้อด้อยในภาพรวมอย่างไรบ้างครับเพื่อเป็นประโยชน์ ทั้งในส่วนของ ผู้ค้าและผู้บริโภค

คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตเกินครึ่งประเทศ และยังคงเพิ่มขึ้น

มาดูสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยกันเล็กน้อย เพราะสามารถใช้เป็นข้อสนับสนุนได้ว่า ธุรกิจออนไลน์ หรือการขายบนเว็บอีคอมเมิร์ซมีโอกาสดีจริงหรือไม่ รายงานดังกล่าวมาจากเว็บ wearesocial ชี้ว่า ประเทศไทยที่มีประชากรราว 69 ล้านคน มีสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า 57 ล้านคน ทั้งนี้ แบ่งเป็นผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองมากกว่า 53% หรือประมาณ 82% ของประชากรทั้งหมด สำหรับผู้ใช้งาน Active บนแอพลิเคชั่นบนมือถือ หรือผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ในเวลานี้มีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ ประมาณ 51 ล้านคน หรือคิดเป็น 74% ของประชากรทั้งหมด และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในปีถัดไปอีกด้วย

รูปแบบ B2C กำลังเติบโต

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของธุรกิจแบบ B2C (Business to Consumer) สูงเป็นอันดับที่ 1 ในอาเซียน เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าระหว่างปี 2561 และ 2562 พบว่า มีมูลค่าเพิ่มมากกว่า 1.7 แสนล้านบาท และคาดว่าแนวโน้มจะยังเพิ่มขึ้นในปีถัดไปอีกด้วยสำหรับรูปแบบ B2C คือช่องทางอีคอมเมิร์ซที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจเป็นผู้ค้าให้กับผู้บริโภค ปัจจัยที่ทำให้รูปแบบนี้เติบโตขึ้น นอกเหนือจากพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยแล้ว ยังมาจากการพัฒนาระบบให้บริการของเว็บอีคอมเมิร์ซเองด้วยที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในเรื่องความปลอดภัยในการโอนเงิน การใช้งาน ไปจนถึงความสะดวกรวดเร็ว ในการขนส่งแล้วยังมี การออกโปรโมชั่นทั้งเรื่องราคาและบริการต่าง ๆ อีกด้วย

สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมในช่องทางนี้ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง สกินแคร์ อาหารเสริม ไลพ์สไตล์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หนังสือ เป็นต้น อีกจุดที่ช่วยเพิ่มและกระตุ้นตลาดช่องทางนี้คือ การเพิ่มขึ้นของ Influencer และ YouTuber ที่เข้ามากระตุ้นการตลาด ช่วยดึงดูดผู้ซื้อ นอกจากนี้ ช่องทางอีคอมเมิร์ซยังสามารถเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียเช่น Facbbook ซึ่งสามารถเริ่มทดลองตลาด ผ่านช่องทางนี้ก่อนที่จะขยายออกไปก็ได้

Lazada ครองแชมป์เว็บอีคอมเมิร์ซ แต่ก็เริ่มถูกไล่จี้แล้ว

สำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งที่ครองตลาดในประเทศไทย ก็ไม่พ้น Lazada ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็น หัวหอกใหญ่สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซของบริษัท Alibaba หรือ อาลีบาบาซึ่งผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ อันดับหนึ่งของจีน และยังเป็นช่องทางหลักที่ใช้สำหรับเจาะเข้าประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียนด้วย จากข้อมูลในปีที่ผ่านมา อาลีบาบายังลงทุนใน Lazada เป็นเงินมากกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทุ่มให้ Lazada ครองตลาดและเข้าถึงการใช้งานของผู้คนในไทยและอาเซียนโดยเฉพาะ เรียกว่ายอมขาดทุนเลย ขอเพียงทำให้คนไทยใช้งาน Lazada มากขึ้นก็พอ ทั้งคนขายและคนซื้อเวลานี้เราจะพบพบว่าร้านค้าที่ เปิดบนเว็บ Lazada มีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะเรื่องการตัดราคาของสินค้าประเภทเดียวกัน อย่างไรก็ตาม Lazada ถือว่าเป็นเว็บที่อาจจะมีความเชื่อถือสูงสุดสำหรับช่องทางเว็บอีคอมเมิร์ซในประเทศ ไทยเวลานี้ด้วย โดยเฉพาะในแง่คุณภาพสินค้า การจัดส่ง รับประกัน และอื่น ๆ ที่สำคัญคือโดยเฉพาะ สินค้าประเภทแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว

แต่ปัญหาของ Lazada ที่พบ่บอย เช่น หากไม่ใช่สินค้ากลุ่มแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงอยู่บ้าง หรือถ้าไม่ใช่สินค้าจากตัวแทนจำหน่ายที่มีประวัติที่ดีมาก่อน สินค้าบางประเภทที่อยู่นอกกลุ่มอุปโภค โดนวิจารณ์ว่าใช้งานแทบไม่ได้จริง เนื่องจากสินค้าที่มาจาก Lazada ก็มีการนำเข้ามาจากโรงงานในจีน อีกทีหนึ่ง ซึ่งก็จัดว่าเป็นโรงงานโลกในเวลานี้ทำให้พบว่าสินค้าบางประเภทอาจจะไม่ได้เหมาะกับการ ใช้งานในประเทศไทย หรือในแง่พาณิชย์แล้ว เมื่อเอาเข้ามาก็อาจจะไม่รู้ว่าควรจะขายใคร หรือกลุ่มลูกค้าหลักเป็นใครแต่ก็มีข้อดีอย่างหนึ่งคือการขอเงินคืน แม้ขั้นตอนจะยุ่งยากไปบ้าง แต่ก็การันตี เงินคืนได้ในระดับหนึ่งปัญหาหนึ่งที่กำลังถูกวิจารณ์คือ ค่าจัดส่งที่ค่อนข้างสูง หากเทียบกับเว็บคู่แข่งอย่าง Shopee แต่สำหรับเวลานี้ Lazada ยังคงเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซที่มีผู้เข้ามาใช้งานเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ไทยในปี 2018 ที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของผู้ค้าและผู้ซื้อ และก็มีแนวโน้มที่จะมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นในปีถัดไปด้วย

Shopee ช่องทางที่กำลังมาแรง

อีกหนึ่งช่องทางที่มาแรงมาก สำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee แล้วที่สำคัญคือในปี 2018 ที่ผ่านมา Shoppe สามารถทำยอดดาวโหลดผ่านทาง App Store สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย และกำลังตี Lazada มากขึ้นทุกที

ด้วยความที่เป็นเว็บอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาในไทยหลังจาก Lazada ที่กำลังจับตลาดอยู่ ทำให้กลยุทธ์ของ Shopee ในช่วงแรกเน้นที่การอออกโปรโมชั่นลดราคากันอย่างเต็มที่สำหรับร้านค้าบนเว็บแต่ละแห่ง

มีข้อดีมากคือ สามารถหาสินค้าที่มีราคาถูกสุด ๆ ได้ โปรโมชั่นแรง และหากเทียบกับ Lazada แล้ว ไม่ต้องเจอชาร์จค่าจัดส่งมากแต่ก็มีปัญหาที่พบบ่อยคือ สินค้าบน Shopee มีราคาถูกมาก ทำให้ในแง่ของผู้ขายแล้ว ต้องเจอสงครามการตัดราคาที่โหดพอสมควร ในส่วนของสินค้าที่ได้รับความนิยม มีหลายประเภท เช่น ไลพ์สไตล์ แฟชั่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ สกินแคร์ เครื่องสำอาง อาหารเสริมสุขภาพ เป็นต้นแต่ก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือมักจะมีของปลอมออกมาขาย อยู่ค่อนข้างมาก และรวมถึงปัญหาเคลมสินค้าได้ยาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ชิ้นใหญ่ ในครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งถ้าได้มาแล้วไม่สามารถใช้งานได้ ปัญหาที่มักพบกันบ่อยอีกเรื่องคือการติดต่อกับร้านค้า เพื่อขอเคลมก็มักทำได้ลำบากด้วย นี่จึงเป็นอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ Shopee ถูกวิจารณ์แต่ก็กำลังพัฒนาและ ปรับปรุงกันอยู่

สรุปในภาพรวม ในแง่ของผู้ค้าเอง ก็ต้องมีการปรับตัว ซึ่งอีคอมเมิร์ซในไทยกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ควรตกขบวนครับ

===============================================
สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้
Facebook Page: passivesellingonline
LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

PSO @ PSO Space

แชร์บทความให้เพื่อนของคุณ