4 ข้อห้าม การทำ SEO ที่ตกยุคแล้ว

Content174

4 ข้อห้าม การทำ SEO ที่ตกยุคแล้ว

เป็นเรื่องที่ ตั้งหลักออนไลน์ มีความเห็นว่าควรต้องอัพเดทกันพอสมควร (ซึ่งก็จะมีอีกต่อไปเรื่อย ๆ) เพราะการทำ SEO (Search Engine Optimize) คือหนึ่งในเทคนิคสำคัญมาก ๆ สำหรับการทำ Content ให้กับเว็บเพจต่าง ๆ เพื่อดันอันดับที่สูงและติดหน้าแรกในการค้นหาของ Google Ranking

แต่ในมุมของคนทำ Content และการผสมผสานกับ SEO เราพบว่ามีข้อห้ามบางอย่างของการทำเรื่องนี้ที่อยู่ในข่าย “ตกยุค” ซึ่งอันที่จริงเป็นเรื่องที่หลายเว็บเพจกำลังทำอยู่โดยไม่รู้ตัว และไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเว็บเพจและ Content ใหม่ ๆ ถึงแซงขึ้นมาครองอันดับแทนได้ มาลองดูกันว่า ข้อห้ามที่อยู่ในข่ายของการทำ SEO ตกยุค มีอะไรบ้างครับ

Keywords อย่าให้เยอะ เกินกว่า 3-4 คำก็หายนะได้แล้ว

ตรงนี้อันตรายมาก โดยเฉพาะ Content ขนาดสั้นและกลาง ที่มีการผสมผสานกับ SEO หลายคนยังคิดแบบเดิม ๆ ว่า เน้น Keyword จะช่วยส่งผลต่อคะแนนของ SEO แต่เปล่าเลยครับ

ก่อนหน้านี้บรรดานายจ้างของสาย SEO จะชอบกำหนดให้ต้องมี Keyword อยู่ในเนื้อหาขนาด 200-300 คำ (ภาษาไทย) ว่าควรมีจำนวนคำหลัก 4-5 คำ แต่ตัวเลขนี้ก็ยังสูงไป

อัตราส่วนหนึ่งที่พบว่าปลอดภัยกว่าคือ 200-300 คำ ควรมีคำหลักไม่เกิน 3 ครั้งก็พอแล้ว เพราะมากกว่านั้นจะถูกตัดคะแนน และไม่ได้ประโยชน์อะไร

กลยุทธ์นี้ เรียกว่าการใส่คำหลักที่หนาแน่นมาก หรือ  Keyword Density” ครั้งหนึ่งเคยเป็นกลยุทธ์หลักสำหรับคนทำ SEO และเจ้าของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่นิยมใช้กัน แต่ที่จริงแล้วจำนวนคำหลักไม่ควรมากขนาดนั้นครับ

การอัพโหลดเว็บไซต์ช้า ส่งผลต่ออัตราการตีกลับสูง

อัตราการตีกลับสูง เช่น คนกดคลิกเข้ามาแล้ว ไม่ค่อยกดไปต่อใน Link ของเว็บเพจ เรื่องนี้คือปัญหาใหญ่ของหลายเว็บที่ไม่สามารถสร้างความดึงดูดให้คนคลิกเข้าดูต่อได้

อันที่จริงเรื่องนี้เป็นปัญหาที่มีสาเหตุเกิดขึ้นได้หลายประการ บางครั้งอาจจะมาจากเรื่องง่าย ๆ เช่นทำหัวข้อให้ไปต่อไม่โดดเด่น หรือคนไม่รู้จะคลิกจากตรงไหน แต่หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยคือ หลายเว็บเลือกการใส่ภาพและ Script มากเกินไป

ส่วนอีกข้อหนึ่งคือการอัพโหลดคลิปวีดีโอจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลทำให้เว็บไซต์โหลดช้า ไม่เพียงเป็นการเสียโอกาสที่คนจะเปิดดูแล้วเกิดความรู้สึกว่า เว็บมีปัญหา แต่เมื่อตีกลับมาก ๆ สิ่งที่เสียหายคือคะแนนของเว็บไซต์จากการประเมินของปลั้กอินที่คิดคะแนน SEO แล้วยังมีหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เป็นระดับพื้นฐานมากคือ การฝาก Hosting มีปัญหา ส่งผลต่อการอัพโหลดช้ามาก ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมอันดับร่วงครับ

ขอบเขตของ Focus Keyword ที่ไม่มีคนค้นจริง

เคยมีสาย SEO ที่กังวลเรื่องการเลือก Keyword ที่กว้างเกินไป เพราะทำให้การแข่งขันสูง และเป็นคำที่ผู้คนค้นหาเข้ามาแล้วไม่ได้นำไปสู่การซื้อสินค้าและบริการ ทำให้การวิเคราะห์คำรอง หรือ Relate Keyword mเกี่ยวข้องมีความสำคัญมากขึ้น

แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า การเจาะลงไปยังคำที่เกี่ยวข้องมากเกินไป อาจจะทำให้เราไปหลงใช้คำที่ผู้คนไม่ได้ค้นหาจริง ๆ แล้วติดหล่มกับดักนี่เอาได้ ซึ่งปัญหานี้มักเกิดจากการทำ SEO Content แต่ไม่ได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์บางอย่างช่วยเพื่อค้นหาว่าแท้จริงแล้วคนส่วนใหญ่หรือกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ ที่จริงแล้วเขานิยมค้นหาคำที่เกี่ยวข้องว่าอะไรกันแน่

Backlinks มีเยอะยิ่งพัง

การทำ Backlinks มีประโยชน์ในแง่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงหน้าเพจอื่น ๆ แต่มันจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อเป็น Backlinks แบบธรรมชาติ

ปัญหาคือ หลายเว็บไซต์พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ Backlinks ไปจนถึงสแปมหรือนำไปแชร์ในกลุ่มและเว็บไซต์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเราเลย ก็อาจจะทำให้เกิดเป็นกระแสด้านลบกลับมาแทนได้ ซึ่งตัวอย่างของพวกที่ทำด้านนี้แล้วถูกโจมตีมากก็คือเว็บขายเครื่องสำอาง ครีมออนไลน์ ไปจนถึงเว็บประเภทคลิกเบททั้งหลายนั่นเองครับ

ทั้งหมดนี้คือเรื่องที่ควรต้องระวังและเป็นข้อห้ามเบื้องต้นที่หลายคนมองข้ามไปสำหรับการทำ SEO ที่มีการอัพเดทเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของเราได้จริง ๆ ไม่ใช่เอาแต่ทำคลิกเบทเพียงอย่างเดียวครับ

===============================================
สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้
Facebook Page: passivesellingonline
LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

PSO @ PSO Space

แชร์บทความให้เพื่อนของคุณ